ย้อนรอยธุรกิจฉบับเถ้าแก่ กัสกร วัฒนาประสาทกุล

กัสกร วัฒนาประสาทกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยวาพลาสติก ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะค้อมศีรษะให้

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ด้วยวัยเพียง 28 ปี เขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีบุคลิกและความอ่อนน้อมที่น่าชื่นชม บิดาของกัสกร เมฆินทร์ วัฒนาประสาทกุล หรือ เฮียฮุ้ง ผู้ได้ชื่อว่าเป็น “ตั่วเฮีย” แห่งวงการธุรกิจหนังเทียม เพิ่งเสียชีวิตจากเหตุหัวใจหยุดเต้นกะทันหันเมื่อปีที่ผ่านมา เหตุกะทันหันที่สร้างความเศร้าโศกและนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ยากจะรับมือที่สุดในชีวิตของกัสกร

เหตุแห่งความไม่ประมาทคือ ความตาย ไม่ว่าใครที่ประมาทด้วยเหตุนี้ จะต้องรับผลด้วยความจริงที่เจ็บปวดที่สุด ความจริงและความเจ็บปวดที่ไม่ว่าใครก็ยากจะรับมือ บิดาของกัสกรเสียชีวิตในปี 2554 ในช่วงจังหวะแห่งความฉุกละหุกที่ไม่ทันจะตั้งตัว เขาในฐานะบุตรชายคนโต ต้องรับผิดชอบครอบครัวและธุรกิจของครอบครัว ดำเนินกิจการโรงงานผลิตหนังเทียม เดินหน้าต่อธุรกิจ ประคับประคองคนงานกว่า 200 ชีวิตให้อยู่รอด

“ปีแรกเข้าขั้นสาหัส เนื่องจากผมต้องเข้ามาดูแลโรงงานด้วยตัวเองทั้งหมด แต่หนักที่สุดเห็นจะเป็นภาระพิสูจน์ตัวเอง ทำได้เท่าพ่อ ผมก็แค่เท่าทุน แต่ถ้าได้ไม่เท่าพ่อ คงไม่พ้นถูกประณาม” กัสกร เล่า

โชคพอจะมีเหลืออยู่บ้าง กัสกรใช่ว่าจะไร้ประสบการณ์เสียทีเดียว สมัยที่บิดายังมีชีวิตอยู่ ชายหนุ่มได้มาฝึกทดลองงานอยู่เป็นระยะ โรงงานตั้งอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร สมัยนั้นมากินนอนอยู่ที่โรงงานทุกครั้งที่มีโอกาส พ่อไม่สอนงานเอง แต่ให้หัวหน้างานสอน พ่อบอกว่าจะเป็นเจ้านายเขาได้เราก็ต้องเป็นลูกน้องเขาก่อน กัสกรคลุกคลีตีโมงอยู่ที่โรงงานร่วม 10 ปี

พูดถึงภาระต้องพิสูจน์ คงต้องย้อนกลับไปถึงบิดา ที่ถือเป็นพี่ใหญ่ของวงการหนังเทียม เฮียฮุ้ง ที่เรียกแค่ชื่อ ทุกคนรู้จักหมด พ่อบุกเบิกธุรกิจไม่ใช่จากศูนย์ แต่จากติดลบ ก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นหนึ่งใน 5 ผู้ผลิตหนังเทียมรายใหญ่ของประเทศ พ่อของพ่อ หรืออากง มาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่แบบเสื่อผืนหมอนใบ พ่อเป็นลูกชายคนสุดท้ายของอากง ต้องทำงานหนักและมีชีวิตที่ยากลำบาก

เริ่มจากการเป็นลูกจ้างร้านขายส่งหนังเทียม แบกม้วน ส่งของ ทำงานหนัก หน้าร้านหลังร้านทำทุกอย่าง ต่อมาเถ้าแก่เห็นในความขยันขันแข็ง จากลูกจ้างทั่วไปก็ขยับขึ้นเป็นเซลส์ขาย วิ่งหาลูกค้า และทำรายได้ดีขึ้น อาศัยเก็บงำทำอย่างซื่อสัตย์ ในที่สุดก็เก็บเงินได้หนึ่งก้อนพอลืมตาอ้าปาก พ่อใช้เงินก้อนนี้เปิดร้านหนังเทียมที่ถนนเสือป่า ชื่อ เอเซียพลาสติก

เอเซียพลาสติกเจริญขึ้นเรื่อยๆ จนปี 2526 ก่อสร้างโรงงานผลิตหนังเทียมของตัวเองได้ที่ จ.สมุทรสาคร ต่อมาปี 2538 ก็ปิดหน้าร้าน เพื่อทำธุรกิจขายส่งเพียงอย่างเดียว สายผลิตภัณฑ์มีหนังเทียมคุณภาพ พลาสติกชีท ผ้าใบพีวีซี และยางปูพื้นรถยนต์ที่ขยายตัวอย่างมากในช่วงหลัง จัดจำหน่ายในประเทศและส่งออกกลุ่มยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา รวมทั้งกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“สิ่งที่พ่อยึดถือที่สุดคือความขยัน ระเบียบแบบแผน และความระมัดระวังในการใช้เงิน ผมได้สิ่งนี้จากพ่อ ไม่ใช่จากที่พ่อพูด แต่จากที่พ่อทำให้ดูมาตลอดชีวิต” กัสกร เล่า

ในสมัยที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ กัสกร ซึ่งขณะนั้นรู้อยู่แล้วว่าในฐานะลูกชายคนโต จะต้องรับช่วงดูแลกิจการของที่บ้าน การใช้ชีวิตหรือการเลือกวิชาเรียน จึงเป็นไปภายใต้ข้อจำกัดที่เขาคิดจะเรียนอะไรหรือจะทำอะไร ในที่สุดก็ต้องกลับมาทำโรงงาน แทบจะคิดว่าโรงงานหนังคือภาระของพ่อที่เขาต้องแบก

 

เรื่องกลับกลายเป็นตรงกันข้าม เพราะเมื่อสถานการณ์จริงเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน ภาระใหญ่ที่พ่อมอบหมายคือความเหมาะสม ไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร เด็กหนุ่มที่ต้องเป็นเสาหลัก เขาคือคนที่รู้เรื่องธุรกิจเยอะที่สุดของบ้าน รู้เรื่องโรงงานดีที่สุดของบ้าน โรงงานของพ่อไม่ได้กลายเป็นภาระอีกต่อไป แต่เป็นเกียรติและหน้าที่ที่เขาภูมิใจ

“อยากทำนู่นทำนี่ อยากเรียนนู่นเรียนนี่ แต่ทำไม่ได้สักอย่าง ผมเคยคิดนะว่า ไม่ดีเลย ตอนนี้คิดแต่ว่า เหลือเชื่อที่เราเคยคิดแบบนั้น มันกลายเป็นสิ่งตรงกันข้าม ผมคิดแต่ว่า จะทำยังไงให้กิจการเจริญรุ่งเรืองให้สมกับที่พ่อวางตัวไว้ ตั้งใจไว้” กัสกร เล่า

เรื่องจะทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง เป็นโจทย์ใหญ่ของกัสกร ปีแรกแม้จะผ่านมาได้ แต่ก็ยังบริหารจัดการไม่ได้เต็มที่ ในปีหน้าจะเป็นปีแห่งการวางระบบ โดยต้องศึกษา เรียนรู้ และให้เวลาอีกระยะหนึ่ง เขาไม่สนใจว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน เขารับรู้ว่าโลกปัจจุบันเป็นโลกธุรกิจยุคใหม่ คนหนุ่มสาวไม่อยากทำงานหนัก ทุกคนเล่นหุ้น ทำธุรกิจออนไลน์ ทำธุรกิจที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่ต้องดูแลสายการผลิต ไม่ต้องจัดการ หรือไม่ต้องยุ่งยากกับแบ็กออฟฟิศ

ทุกคนอยากทำงานสบาย ไม่อยากทำงานหนัก ไม่อยากเป็นเถ้าแก่สมัยเก่าที่ดูแลสายการผลิต ต้องวุ่นวาย และไม่คุ้มเหนื่อย อย่างไรก็ตาม กัสกรคิดว่าเสน่ห์ของเถ้าแก่แบบเก่าก็มี นั่นคือความรู้สึกเป็นเจ้าของ ความภาคภูมิใจและความทุ่มเท ถ้าทุกคนอยากทำงานสบาย ใครล่ะที่จะทำงานสายการผลิต

“พ่อเป็นเถ้าแก่แบบเป็นงานทุกอย่าง ทำงานทุกอย่าง ผมก็กะจะเป็นเถ้าแก่แบบนั้น”

นอกเวลางานของนักบริหารหนุ่ม

1.การท่องเที่ยว

เพราะชื่นชอบการถ่ายภาพมาก การท่องเที่ยวในแต่ละทริปจึงเต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเลนส์ การท่องเที่ยวสำหรับเขาแล้ว คือการได้สัมผัสกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ คือการแสวงหาและได้พบ ทริปประทับใจนับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นคือการฮันนีมูนแบบแบ็กแพ็กกับภรรยาที่เวียดนาม

2.กระป๋องเบียร์สะสม

ชายหนุ่มสะสมกระป๋องเบียร์ รูปแบบของความทรงจำที่มาพร้อมกับความสุข สบายๆ ในอารมณ์พักผ่อนในรายทางของการเดินทางทั่วโลก

3.ปั่นจักรยาน

ทุกสุดสัปดาห์จะต้องออกไปปั่นจักรยาน เพื่อออกกำลังกายครั้งละ 2 ชั่วโมง คิดเป็นระยะทางก็ 30 กิโลเมตรเป็นอย่างต่ำ ชมวิวทิวทัศน์บนท้องถนนฟากฝั่งธนฯ วิวดีและอากาศก็ดี

4.บ้านเก่าของพ่อ

บ้านที่อยู่ปัจจุบันนี้คือบ้านเก่าของพ่อ พ่ออยู่บ้านหลังนี้ตั้งแต่สมัยก่อร่างสร้างตัว คือที่ถนนเชียงใหม่ คลองสาน ธนบุรี เป็นบ้านไม่มีไฟฟ้า มีแต่ตะเกียงเจ้าพายุ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งหนึ่งต้องหลุดลอยไปเป็นของคนอื่น พ่อตามกลับมาซื้อคืนในอีกหลายปีต่อมา สิ่งเหล่านี้สอนอะไรให้เราเหมือนกันนะ

5.ธุรกิจหนังเทียม

นอกเวลางานว่าจะไม่พูดเรื่องธุรกิจ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ก็หนีไม่พ้น ชีวิตประจำวันและชีวิตวันหยุด คงพันพัวด้วยธุรกิจหนังเทียมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *